สั่งซื้อ
ส่วนผสมและงานวิจัย

ผักโขมแดง ไนเตรตจากพืช ต่างจากบีทรูทอย่างไร อ่านจากงานวิจัยจริง

ผักโขมแดงให้ไนเตรตจากพืชเหมือนผักใบเขียวอื่น ต่างจากบีทรูทที่รูปแบบและงานศึกษา อ่านสรุปตรง ๆ จากงานวิจัยจริง พร้อมข้อควรระวังก่อนเลือกกิน

โดย ทีมบรรณาธิการ HASHI Men's Health · เผยแพร่ 9 ต.ค. 2569 · ตรวจข้อมูลล่าสุด 9 ต.ค. 2569 · อ่าน 8 นาที

ผักโขมแดงเป็นผักใบเขียวอมแดงที่มีไนเตรตจากพืชอยู่ในใบ เช่นเดียวกับผักใบเขียวอีกหลายชนิด ส่วนบีทรูทเป็นพืชหัวที่ถูกศึกษาเรื่องไนเตรตมานานกว่า จึงมีงานวิจัยในคนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ความต่างหลักจึงไม่ใช่ "ตัวไหนวิเศษกว่า" แต่เป็นเรื่องรูปแบบที่กิน ปริมาณที่ได้ และจำนวนงานศึกษาที่มีรองรับ

ถ้าคุณอายุสี่สิบกว่า งานรัดตัว นอนไม่เต็มอิ่ม และเริ่มสนใจว่าอาหารกับอาหารเสริมจากพืชช่วยดูแลตัวเองได้แค่ไหน บทความนี้เล่าให้ฟังแบบเพื่อนที่อ่านงานวิจัยมาแล้ว ไม่เกินจริง และบอกด้วยว่างานแต่ละชิ้นพูดได้ถึงตรงไหน

สรุปสั้น: ไนเตรตจากผักใบเขียวและบีทรูทเข้าสู่วงจรที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นไนไตรต์และไนตริกออกไซด์ ซึ่งเกี่ยวกับการผ่อนคลายของหลอดเลือด งานวิจัยของบีทรูทมีมากกว่าของสารสกัดผักโขมแดงมาก งานของผักโขมแดงที่พบเป็นการทดลองเล็ก ๆ ในอาสาสมัครสุขภาพดี ผลแต่ละบุคคลแตกต่างกัน และคนที่ใช้ยาหัวใจหรือยาลดความดันควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ไนเตรตจากพืชคืออะไร และร่างกายเอาไปใช้อย่างไร

ไนเตรต (nitrate) เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในดินและน้ำ พืชดูดขึ้นมาเก็บไว้ในใบและราก งานทบทวนใน Nutrition Research Reviews ปี 2017 ของ Ashworth และ Bescos ระบุว่าผักใบเขียว เช่น ร็อกเก็ต ผักโขม เคล ผักกวางตุ้ง มีไนเตรตสูงที่สุด สูงได้ถึง 480 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ขณะที่ถั่วลันเตามีเพียงราว 3 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม และผักส่วนใหญ่เป็นแหล่งไนเตรตหลักของอาหารประจำวัน

เส้นทางในร่างกายเล่าได้สั้น ๆ ดังนี้

  1. ไนเตรตจากอาหารถูกดูดซึมเข้าเลือด และส่วนหนึ่งถูกต่อมน้ำลายเก็บรวมไว้
  2. แบคทีเรียบนลิ้นเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์
  3. ไนไตรต์ถูกกลืนลงไป และบางส่วนถูกเปลี่ยนต่อเป็นไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลาย

งานของ Webb และคณะในวารสาร Hypertension ปี 2008 ให้อาสาสมัครสุขภาพดี 14 คนดื่มน้ำบีทรูท 500 มิลลิลิตร พบว่าความดันตัวบนลดลงได้สูงสุดราว 10 มิลลิเมตรปรอทที่ประมาณ 2.5 ชั่วโมง และเมื่อบล็อกขั้นตอนที่น้ำลายเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์ ผลนี้หายไป นี่คือหลักฐานว่าเส้นทางนี้มีจริง แต่เป็นงานในบีทรูท ไม่ใช่ในผักโขมแดง

ผักโขมแดงต่างจากบีทรูทตรงไหน

คำตอบสั้นที่สุดคือ ต่างกันที่ส่วนของพืช รูปแบบที่ใช้ศึกษา และปริมาณหลักฐาน

หัวข้อบีทรูทสารสกัดผักโขมแดง
ส่วนของพืชหัวใต้ดินใบและลำต้นของผักโขมแดง (Amaranthus dubius)
รูปแบบที่ศึกษาน้ำคั้นปริมาณมาก ผงสกัด และตัวหัวสดสารสกัดแคปซูลหรือผง ปริมาณเป็นกรัม
ตัวอย่างงานในคนงานความดันของ Webb 2008 (14 คน, น้ำบีทรูท 500 มล.)งานของ Haun 2016 (15 คน, สารสกัด 1,000 มก.) และงานของ Subramanian 2016 (16 คน, 2 ก.)
จำนวนงานวิจัยมีหลายสิบฉบับและมีงานทบทวนรวมกันน้อย เป็นงานทดลองระยะสั้นขนาดเล็ก
สิ่งที่วัดความดันโลหิต ไนไตรต์ การออกกำลังกายไนเตรตในเลือดและน้ำลาย การไหลเวียนเลือดที่น่อง

ข้อควรจำคือ "ไนเตรตเหมือนกัน" ไม่ได้แปลว่า "ผลเหมือนกัน" ตัวสารสกัดแต่ละยี่ห้อมีปริมาณไนเตรต วิธีสกัด และขนาดที่ใช้ต่างกัน การเอาผลของบีทรูทมาพูดแทนผักโขมแดง หรือเอาผลของสารสกัดยี่ห้อหนึ่งมาพูดแทนอีกยี่ห้อหนึ่งจึงทำไม่ได้

งานวิจัยของผักโขมแดงในคนบอกอะไรไว้บ้าง

มีงานที่พบอยู่ 2 ชิ้นหลักที่เกี่ยวกับสารสกัดผักโขมแดงในอาสาสมัครสุขภาพดี

งานของ Haun และคณะ (2016)

ตีพิมพ์ใน European Journal of Applied Physiology เป็นงานแบบสลับกลุ่มปกปิดสองทาง (double-blind crossover) ในผู้ใหญ่สุขภาพดี 15 คน (ชาย 8 หญิง 7) ให้สารสกัดผักโขมแดง 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งมีไนเตรตราว 90 มิลลิกรัม เทียบกับยาหลอก แล้ววัดผลที่ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังรับประทาน

  • ไนเตรตในพลาสมาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจไม่เปลี่ยนในทั้งสองกลุ่ม
  • การไหลเวียนเลือดที่น่องช่วงตอบสนองสูงสุด (peak reactive hyperemia) เพิ่ม 13.7% ในกลุ่มสารสกัด และลดลง 14.0% ในกลุ่มยาหลอก
  • การขยายตัวของหลอดเลือดต้นแขน (FMD) ไม่เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่อ่านได้อย่างซื่อตรงคือ เป็นการวัดครั้งเดียวในกลุ่มเล็ก และผลเกิดเฉพาะที่ขา ไม่เกิดที่แขน ผู้เขียนเองสรุปไว้ว่าผลเฉียบพลันจำกัดอยู่ที่หลอดเลือดขนาดเล็กของขาส่วนล่าง

งานของ Subramanian และ Gupta (2016)

ตีพิมพ์ใน Nutrition ให้อาสาสมัครสุขภาพดี 16 คนรับสารสกัดอะมารันธ์ (amaranth) 2 กรัมครั้งเดียว เทียบกับยาหลอก วัดทั้งในพลาสมาและน้ำลายนานถึง 24 ชั่วโมง พบว่าไนเตรตในพลาสมาและน้ำลายสูงกว่ายาหลอกชัดเจน ไนไตรต์ในพลาสมาสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนไนไตรต์ในน้ำลายสูงขึ้นชัด และระดับสูงอยู่นานอย่างน้อย 8 ชั่วโมง งานนี้วัดระดับสารในร่างกาย ไม่ได้วัดสมรรถนะหรือความรู้สึกใด ๆ

แล้วข้อสรุปคืออะไร

ณ วันที่เขียนบทความ ผู้เขียนยังไม่พบงานทดลองในคนที่ตั้งคำถามเรื่องชีวิตคู่หรือความมั่นใจโดยตรงกับสารสกัดผักโขมแดง ข้อมูลที่มีจึงเป็นเรื่องระดับสารไนเตรตและการตอบสนองของหลอดเลือดเล็กในระยะสั้นเท่านั้น และนี่เป็นข้อมูลของวัตถุดิบ ไม่ใช่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ใดโดยเฉพาะ

กินผักโขมแดงสดหรือกินสารสกัดดีกว่า

ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน แต่มีข้อเท็จจริงที่ช่วยตัดสินใจได้

  • ผักสด ให้ไนเตรตพร้อมใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ปริมาณไนเตรตผันแปรตามฤดูกาล การปลูก และการเก็บ งานของ Ashworth และ Bescos ชี้ว่าการต้มทำให้ไนเตรตหลุดออกไปในน้ำได้มาก ส่วนการนึ่งคงไว้ได้เป็นส่วนใหญ่
  • สารสกัด ให้ปริมาณที่คาดเดาได้มากกว่า เมื่อผู้ผลิตระบุปริมาณไนเตรตต่อหน่วยบริโภค แต่ไม่ได้ให้ใยอาหารหรือสารอื่นของผักทั้งต้น
  • อาหารทั้งจาน ยังเป็นฐานสำคัญกว่าอาหารเสริมเสมอ ผักหลากสีวันละหลายมื้อ ดีต่อทั้งหลอดเลือดและลำไส้

ใครควรระวังเป็นพิเศษ

ไนเตรตจากพืชเกี่ยวข้องกับการผ่อนคลายของหลอดเลือด จึงมีข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้

  • ผู้ที่ใช้ยาไนเตรตสำหรับโรคหัวใจ ยากลุ่มที่ใช้ขยายหลอดเลือด หรือยาลดความดัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานสารสกัดไนเตรตเข้มข้น เพราะความดันอาจลดมากเกินไป (ข้อนี้มาจากหลักเภสัชวิทยา ไม่ได้มาจากงานของผักโขมแดงโดยตรง)
  • ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไต ควรถามแพทย์ เพราะผักโขมมีโอซาเลตสูง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดัน เบาหวาน ไต หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • อาหารเสริมไม่ใช่ยา ไม่ได้มีไว้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรค

ทำอะไรได้วันนี้ ถ้าอยากได้ไนเตรตจากอาหารจริง

  1. เติมผักใบเขียวให้ได้อย่างน้อยหนึ่งกำมือในมื้อกลางวันและมื้อเย็น เช่น ผักโขม ผักกวางตุ้ง หรือผักใบเขียวที่ชอบ
  2. เลือกนึ่งหรือผัดสั้น ๆ แทนการต้มนาน เพื่อให้ไนเตรตไม่หลุดไปกับน้ำ
  3. ล้างผักให้สะอาด และสลับชนิดผักไปเรื่อย ๆ อย่ากินชนิดเดียวซ้ำทุกวัน
  4. ถ้ามีนิ่วหรือโรคไต ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มผักที่มีโอซาเลตสูง
  5. ถ้าสนใจสารสกัดไนเตรต ให้อ่านฉลากเรื่องปริมาณ และถามเภสัชกรหากใช้ยาประจำ

ผักโขมแดงในสูตร HASHI VLX

ผักโขมแดงเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสูตร HASHI VLX ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ชายที่อยากดูแลตัวเองตามวัยและให้เช้าที่ตื่นมามีความพร้อมมากขึ้น งานที่อ้างในบทความนี้เป็นงานของสารสกัดผักโขมแดงที่ศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวนน้อย ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์นี้ ผลแต่ละบุคคลแตกต่างกัน อ่านข้อมูลส่วนผสมละเอียดได้ที่ หน้าผักโขมแดง Sinergy SP และอ่านภาพรวมงานวิจัยที่ หน้าวิทยาศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

ผักโขมแดงมีไนเตรตมากกว่าบีทรูทหรือไม่

ปริมาณไนเตรตของพืชผันแปรตามพันธุ์ ฤดูกาล และการปลูก จึงไม่มีตัวเลขตายตัวที่เทียบกันได้ทุกกรณี แต่ผักใบเขียวเป็นกลุ่มที่งานทบทวนระบุว่ามีไนเตรตสูงที่สุดในกลุ่มผัก ส่วนความต่างจริง ๆ ของสองพืชนี้อยู่ที่จำนวนงานวิจัยในคนซึ่งบีทรูทมีมากกว่า

กินไนเตรตจากผักทุกวันปลอดภัยไหม

ในปริมาณที่ได้จากอาหารปกติ ไนเตรตจากผักเป็นส่วนหนึ่งของอาหารมนุษย์มาตลอด แต่ถ้ากินสารสกัดเข้มข้นหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหัวใจหรือยาลดความดัน

ต้มผักโขมหรือนึ่งดีกว่ากัน

ถ้าต้องการให้ไนเตรตคงอยู่ในผัก การนึ่งดีกว่าการต้มและเททิ้งน้ำ เพราะงานทบทวนระบุว่าการต้มทำให้ไนเตรตหลุดออกไปมาก ส่วนการนึ่งคงไว้ได้เป็นส่วนใหญ่

สารสกัดผักโขมแดงใช้ได้เลยหรือต้องถามแพทย์ก่อน

ผู้ที่สุขภาพดีและไม่ได้ใช้ยาประจำมักมีความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้ามีโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน โรคไต นิ่ว หรือกำลังใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

แหล่งอ้างอิง

  • Haun CT และคณะ. Differential vascular reactivity responses acutely following ingestion of a nitrate rich red spinach extract. Eur J Appl Physiol 2016;116:2267-2279. doi.org/10.1007/s00421-016-3478-8
  • Subramanian D, Gupta S. Pharmacokinetic study of amaranth extract in healthy humans: a randomized trial. Nutrition 2016;32(7-8):748-753. doi.org/10.1016/j.nut.2015.12.041
  • Webb AJ และคณะ. Acute blood pressure lowering, vasoprotective and anti-platelet properties of dietary nitrate via bioconversion to nitrite. Hypertension 2008;51(3):784-790. PMC2839282
  • Ashworth A, Bescos R. Dietary nitrate and blood pressure: evolution of a new nutrient? Nutr Res Rev 2017;30(2):208-219. Cambridge Core
VLX by HASHI ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อยากเริ่มดูแลตัวเองแบบมีหลักการ?

VLX รวมวัตถุดิบ 4 ตัวที่มีงานศึกษาในผู้ชายโดยเฉพาะ — Sinergy SP®, EnoSTIM™, ซิงค์ Albion® และ Fenugreek

ดูเซ็ตและโปรโมชั่น ดูส่วนผสม

บทความนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องควรพบแพทย์

LINE