สั่งซื้อ
ส่วนผสมและงานวิจัย

อาหารเสริมผู้ชายแอบใส่ยา สัญญาณเตือนและวิธีเลี่ยง

อาหารเสริมผู้ชายบางรายการถูกพบแอบใส่ยากลุ่ม PDE5 ที่ไม่แจ้งบนฉลาก ดูสัญญาณเตือน ความเสี่ยงต่อหัวใจ และ 6 วิธีเลี่ยงที่ทำได้เองวันนี้

โดย ทีมบรรณาธิการ HASHI Men's Health · เผยแพร่ 9 ต.ค. 2569 · ตรวจข้อมูลล่าสุด 9 ต.ค. 2569 · อ่าน 6 นาที

อาหารเสริมที่โฆษณาเรื่องสมรรถนะของผู้ชายบางรายการถูกตรวจพบว่ามี "ยากลุ่ม PDE5" ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันที่แพทย์ต้องเป็นผู้สั่งใช้ ผสมอยู่โดยไม่แจ้งบนฉลาก คนซื้อจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังรับยา และเสี่ยงอันตรายโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือใช้ยากลุ่มไนเตรต

บทความนี้ไม่ได้ตั้งใจให้ใครกลัว แต่ต้องการให้ผู้ชายที่ตั้งใจดูแลตัวเองรู้ทัน เพราะคนที่ทำงานหนัก นอนน้อย และอยากดูแลความมั่นใจของตัวเอง คือกลุ่มที่โฆษณาประเภทนี้เล็งไว้พอดี

สรุปสั้น: สินค้าที่อวดผลแรงเกินจริงมักเป็นสัญญาณเตือนที่ใหญ่ที่สุด ยากลุ่ม PDE5 ที่แอบผสมอาจทำให้ความดันตกในผู้ที่ใช้ยาไนเตรต วิธีเลี่ยงคือเช็กเลข อย. อ่านฉลาก ระวังคำโฆษณาแรง ๆ และปรึกษาแพทย์เมื่อมีโรคประจำตัว

อาหารเสริมแอบใส่ยา เกิดขึ้นจริงหรือเป็นแค่ข่าวลือ

เกิดขึ้นจริง และมีข้อมูลทั้งในไทยและต่างประเทศ

ในไทย ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 31 มีนาคม 2566 ว่า อย. พบการโฆษณาอาหารเสริมอวดสรรพคุณทางเพศในช่องทางออนไลน์ เมื่อสุ่มตรวจตัวอย่างจากผู้ผลิตในสมุทรปราการและผู้จัดจำหน่ายในศรีสะเกษ พบยาในกลุ่ม PDE5 ใน 9 ผลิตภัณฑ์ จึงจัดว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และ อย. ย้ำว่าไม่ควรเชื่อสินค้าอาหารที่อ้างว่าช่วยเรื่องสมรรถนะทางเพศ เพราะมักพบสารปนเปื้อนอันตราย

ก่อนหน้านั้น Thai PBS รายงานเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2562 ว่า อย. เตือนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรายการหนึ่งที่โฆษณาเกินจริง โดย อย. ระบุว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีคุณสมบัติช่วยเสริมเรื่องทางเพศ และสินค้าที่โฆษณาลักษณะนี้มักลักลอบใส่ยากลุ่ม PDE5 ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ

ต่างประเทศ งานวิจัยของ Tucker และคณะใน JAMA Network Open (2018) วิเคราะห์ประกาศเตือนของสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ ช่วงปี 2007–2016 พบอาหารเสริมที่ปนยาไม่ได้รับอนุญาต 776 รายการ จาก 146 บริษัท เป็นกลุ่มที่อวดสรรพคุณทางเพศ 353 รายการ และยากลุ่ม PDE5 เป็นสารที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้ (166 จาก 353 รายการ) ดูต้นฉบับได้ที่ DOI 10.1001/jamanetworkopen.2018.3337

ทำไมการแอบใส่ยาจึงอันตราย

ยากลุ่ม PDE5 ออกฤทธิ์ต่อหลอดเลือดและความดัน ผู้ที่ใช้ยากลุ่มไนเตรตสำหรับโรคหัวใจ (เช่น ยาอมใต้ลิ้นแก้เจ็บหน้าอก) หากได้รับยากลุ่ม PDE5 ร่วมด้วย อาจเกิดความดันโลหิตตกจนช็อกได้ อย. ระบุเรื่องนี้ไว้ในข่าวเตือนของ Thai PBS ข้อมูลยาของ MedlinePlus (NIH) ก็ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากใช้ยากลุ่มไนเตรต เช่น ไอโซซอร์ไบด์ ไนโตรกลีเซอรีน

ปัญหาของการแอบใส่ยาคือ ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ปริมาณ ไม่รู้ว่ามีสารหลายชนิดหรือไม่ และแพทย์ก็ไม่รู้ว่าต้องถามหา ผลข้างเคียงที่ อย. กล่าวถึงว่าพบบ่อยคือปวดศีรษะ มึนงง และหน้าแดง

สิ่งที่เกิดขึ้นทำไมจึงน่ากังวล
ไม่แจ้งบนฉลากผู้ซื้อไม่รู้ว่ากำลังรับยา และแพทย์ไม่รู้ประวัติที่แท้จริง
ปริมาณไม่แน่นอนไม่มีการควบคุมขนาดเหมือนยาที่ขึ้นทะเบียน
ใช้ร่วมกับยาไนเตรตความดันอาจตกต่ำรุนแรง
มีโรคหัวใจหรือความดันร่างกายตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความดันได้ไม่ดี

สัญญาณเตือนว่าอาหารเสริมอาจมีปัญหา

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่ามียาแอบใส่ แต่เป็นเหตุผลให้หยุดคิดก่อนซื้อ

  • อวดผลแรงและเร็วผิดธรรมชาติ อาหารเสริมไม่ใช่ยา ถ้าคำโฆษณาฟังเหมือนยา ให้ระวัง
  • ไม่มีเลขสารบบอาหาร หรือเลขค้นไม่เจอ ดูวิธีเช็กที่ เช็กเลข อย. อาหารเสริม
  • ฉลากเขียนชื่อสินค้าไม่ตรงกับที่ขึ้นทะเบียน หรือสถานที่ผลิตไม่ตรง
  • ขายผ่านช่องทางที่ตามตัวไม่ได้ เช่น แอดมินไม่ตอบเมื่อถามเลขล็อตหรือผู้ผลิต
  • ไม่ยอมให้เห็นฉลากเต็มก่อนซื้อ หรือราคาถูกผิดปกติจนอธิบายที่มาไม่ได้
  • อ้างว่าได้ผลเหมือนยาแพทย์ แต่ราคาถูกกว่า ซึ่งเป็นข้อความที่ผู้ประกอบการอาหารเสริมไม่ควรอ้าง

งานของ Tucker และคณะยังพบว่าสินค้า 28 รายการถูกประกาศเตือนซ้ำหลายครั้งห่างกันเกิน 6 เดือน และ 19 รายการในนั้นพบสารไม่ได้รับอนุญาตตัวใหม่ในการตรวจครั้งหลัง แปลว่าการที่สินค้าเคยถูกเตือนไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่ได้การันตีว่ารอบถัดไปจะสะอาด

จะเลี่ยงอาหารเสริมแอบใส่ยา ได้อย่างไร

ลองทำตามนี้ทีละข้อ

  1. ค้นเลขสารบบอาหารที่ oryor.com ทุกครั้ง แล้วเทียบชื่อสินค้ากับผู้ผลิต
  2. อ่านส่วนประกอบทั้งหมดบนฉลาก ดูคู่มือที่ วิธีอ่านฉลากอาหารเสริม 10 จุด
  3. เลือกร้านที่ตามตัวได้ มีชื่อผู้จัดจำหน่าย ช่องทางติดต่อ และนโยบายเนื้อหาที่เปิดเผย
  4. ไม่เชื่อคำโฆษณาที่อ้างผลเหมือนยา หาก อย. ระบุว่าอาหารเสริมไม่มีคุณสมบัติด้านนี้ ก็ไม่มีเหตุผลต้องเชื่อคำโฆษณาที่ขัดกัน
  5. แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ว่ารับประทานอาหารเสริมอะไรอยู่ โดยเฉพาะถ้าใช้ยาหัวใจหรือยาความดัน อ่านเพิ่มที่ อาหารเสริมกับยาประจำตัว
  6. หากเจ็บหน้าอก เวียนหัวมาก หน้ามืด หลังรับประทานสินค้าใด ๆ ให้หยุดรับประทานและพบแพทย์โดยเร็ว พร้อมนำกล่องไปด้วย

หากสงสัยว่าสินค้าใดมีปัญหา สามารถแจ้ง อย. ทางสายด่วน 1556 LINE @FDAthai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตามที่ อย. แจ้งไว้ในข่าวเตือน

ถ้ามีปัญหาด้านความมั่นใจ ควรเริ่มจากตรงไหน

เรื่องสมรรถนะของผู้ชายมีหลายปัจจัย ทั้งการนอน ความเครียด น้ำหนัก ความดัน น้ำตาล และฮอร์โมนที่ลดลงตามธรรมชาติราว 1% ต่อปีหลังอายุ 30–40 หากกังวลต่อเนื่อง การตรวจสุขภาพและคุยกับแพทย์เป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุด เพราะบางครั้งสัญญาณนี้ก็สะท้อนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

ส่วนอาหารเสริมที่ดีควรเป็นเพียง "ตัวช่วยเสริมไลฟ์สไตล์" ไม่ใช่ทางลัด HASHI VLX เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างอิงข้อมูลจากงานศึกษาวัตถุดิบ ไม่ใช่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และผลของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน รายละเอียดอยู่ที่หน้า งานศึกษา และนโยบายการเขียนเนื้อหาที่หน้า เกี่ยวกับเรา

คำถามที่พบบ่อย

อาหารเสริมที่ถูกกฎหมายมียาปนได้หรือไม่

ไม่ควรมี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่อนุญาตให้ผสมตัวยา แต่รายงานของ อย. แสดงว่ามีสินค้าลักลอบผสมยาโดยไม่แจ้งบนฉลาก จึงต้องเช็กเลขและฉลากทุกครั้ง

กินไปแล้ว ควรสังเกตอาการอะไร

อาการที่ อย. กล่าวถึงว่าพบบ่อยคือปวดศีรษะ มึนงง หน้าแดง หากมีโรคหัวใจหรือใช้ยาไนเตรตแล้วมีอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด ควรพบแพทย์โดยเร็ว

อาหารเสริมที่มีเลข อย. จะมียาปนไม่ได้เลยใช่ไหม

ไม่เสมอไป เพราะมีทั้งกรณีเลขสวมรอยและกรณีผู้ผลิตแอบเปลี่ยนสูตรหลังได้เลข จึงควรเลือกแบรนด์ที่เปิดเผยข้อมูลและรับฟังคำถามได้

ควรทำอย่างไรกับสินค้าที่สงสัย

เก็บกล่องและหลักฐานการสั่งซื้อ งดรับประทาน และแจ้ง อย. สายด่วน 1556

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยา ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

VLX by HASHI ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อยากเริ่มดูแลตัวเองแบบมีหลักการ?

VLX รวมวัตถุดิบ 4 ตัวที่มีงานศึกษาในผู้ชายโดยเฉพาะ — Sinergy SP®, EnoSTIM™, ซิงค์ Albion® และ Fenugreek

ดูเซ็ตและโปรโมชั่น ดูส่วนผสม

บทความนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องควรพบแพทย์

LINE