สั่งซื้อ
โภชนาการผู้ชาย

วิธีอ่านฉลากอาหารเสริม 10 จุดที่ผู้ซื้อควรดูก่อนจ่ายเงิน

วิธีอ่านฉลากอาหารเสริมใน 10 จุด ตั้งแต่เลขสารบบอาหาร ส่วนประกอบ ปริมาณ ไปจนถึงคำเตือนและวันหมดอายุ พร้อมเช็กลิสต์ที่ใช้ได้เลยที่หน้าร้าน

โดย ทีมบรรณาธิการ HASHI Men's Health · เผยแพร่ 9 ต.ค. 2569 · ตรวจข้อมูลล่าสุด 9 ต.ค. 2569 · อ่าน 6 นาที

วิธีอ่านฉลากอาหารเสริมที่ง่ายที่สุดคือไล่ดูทีละจุดตามลำดับ เริ่มจากชื่อและเลขสารบบอาหาร ต่อด้วยส่วนประกอบและปริมาณ คำแนะนำการรับประทาน คำเตือน และปิดท้ายที่ผู้ผลิตกับวันหมดอายุ ใช้เวลาประมาณสามนาทีต่อกล่อง และช่วยคัดสินค้าที่ข้อมูลไม่ครบหรือโอ้อวดเกินจริงออกไปได้ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน

ฉลากคือสิ่งเดียวที่ติดอยู่กับสินค้าจริง ต่างจากโพสต์โฆษณาที่เปลี่ยนข้อความได้ทุกวัน ผู้ชายวัยทำงานที่ดูแลตัวเองด้วยอาหารเสริมจึงควรคุ้นกับการอ่านฉลากไม่ต่างจากการอ่านสัญญา

สรุปสั้น: อ่านให้ครบ 10 จุด คือ ชื่อประเภทสินค้า เลขสารบบ ส่วนประกอบ สารก่อภูมิแพ้ วิธีรับประทาน คำเตือน ผู้ผลิต วันผลิต/หมดอายุ ข้อความเตือนว่าไม่ใช่ยา และตราตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ ถ้าขาดจุดสำคัญ อย่าเพิ่งซื้อ

ทำไมต้องอ่านฉลากก่อนซื้ออาหารเสริม

ศูนย์ NCCIH ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) แนะนำให้เริ่มที่แผง Supplement Facts เพราะผู้ผลิตต้องแสดงส่วนประกอบทั้งหมดไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะอยู่ในตารางหรือในรายการ "ส่วนประกอบอื่น" ด้านล่าง และยังชี้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลลงมือกับสินค้าที่ปนเปื้อนหรือติดฉลากผิดได้ก็ต่อเมื่อสินค้าออกสู่ตลาดแล้ว ผู้ซื้อจึงเป็นด่านแรกที่ช่วยตัวเองได้ อ่านต้นฉบับที่ NCCIH: Tips on Reading Supplement Labels

กรณีที่ อย. พบในไทยก็ชี้ทางเดียวกัน เช่น MGR Online ปี 2562 รายงานการตรวจพบสินค้าที่ชื่อ ส่วนประกอบ ปริมาณ และสถานที่ผลิตบนฉลากไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต รวมถึงสินค้าที่ไม่แจ้งสารก่อภูมิแพ้อย่างโปรตีนถั่วเหลือง

10 จุดบนฉลากที่ควรอ่าน

#จุดที่ต้องดูต้องเห็นอะไรสัญญาณเตือน
1ชื่อและประเภทสินค้าเขียนว่า "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"ใช้คำว่า "ยา" หรือชื่อที่คล้ายยา
2เลขสารบบอาหารเลข 13 หลักในกรอบไม่มีเลข หรือค้นไม่เจอ
3ส่วนประกอบสำคัญชื่อสารและปริมาณชัดเจนใช้คำกว้าง ๆ เช่น "สูตรลับ"
4ส่วนประกอบอื่นและสารก่อภูมิแพ้ระบุครบไม่มีรายการ หรือไม่แจ้งสารก่อภูมิแพ้
5วิธีและปริมาณที่แนะนำบอกจำนวนเม็ดต่อวันไม่มีคำแนะนำ หรือแนะนำให้เพิ่มเอง
6คำเตือนระบุกลุ่มที่ควรระวังไม่มีคำเตือนเลย
7ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่ายชื่อและที่อยู่ตามตัวได้ไม่มีที่อยู่ หรือต่างจากที่ลงทะเบียน
8วันผลิต วันหมดอายุ ล็อตอ่านได้ชัดลบ เลือน หรือแปะทับ
9ข้อความว่าไม่ใช่ยามีข้อความในกรอบมีคำโฆษณาแรงกว่าฉลากที่ขึ้นทะเบียน
10ตราตรวจสอบอิสระมีผลทดสอบจากหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ใช้ตราที่ไม่รู้ที่มา

จุดที่ 1–2: ชื่อและเลขสารบบอาหาร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องระบุประเภทและเลขสารบบอาหารไว้บนฉลาก แล้วนำเลขไปค้นที่ฐานข้อมูล อย. ตามขั้นตอนในบทความ วิธีเช็กเลข อย. 5 ขั้นตอน เพราะมีข่าวเลขสวมรอยและเลขที่ถูกยกเลิกแล้ว

จุดที่ 3–4: ส่วนประกอบและสารก่อภูมิแพ้

อ่านทั้งตารางส่วนประกอบสำคัญและรายการส่วนประกอบอื่น ๆ ถ้าแพ้ถั่ว นม หรืออาหารทะเล ให้หาคำเตือนเรื่องสารก่อภูมิแพ้ ถ้าส่วนประกอบเขียนเป็นชื่อสารสกัดยี่ห้อเฉพาะ ให้อ่านข้อมูลของสารสกัดนั้นต่อ เช่น หน้า ผักโขมแดง Sinergy SP หรือ สังกะสี Albion ว่ามีข้อมูลอะไรและมีข้อจำกัดอะไร

คุณสามารถค้นฉลากสินค้าหลายยี่ห้อเทียบกันได้ที่ฐานข้อมูล Dietary Supplement Label Database (DSLD) ของ NIH แม้ฐานข้อมูลนี้เน้นสินค้าที่ขายในสหรัฐฯ ก็ช่วยให้เห็นว่าฉลากที่ครบถ้วนควรมีข้อมูลหน้าตาแบบไหน

จุดที่ 5–6: วิธีรับประทานและคำเตือน

อาหารเสริมที่ดีบอกจำนวนเม็ดต่อวันชัด ไม่ควรมีข้อความเชียร์ให้เพิ่มปริมาณเอง ส่วนคำเตือนต้องบอกกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ เช่น ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ใช้ยาประจำ ผู้แพ้ส่วนประกอบ ดูรายละเอียดเรื่องยาที่ต้องระวังที่ อาหารเสริมกับยาประจำตัว

จุดที่ 7–8: ผู้ผลิตและวันหมดอายุ

ข่าว ฐานเศรษฐกิจ ปี 2566 ที่ อย. เตือนผลิตภัณฑ์ 9 รายการ ใช้รุ่นการผลิต วันผลิต และวันหมดอายุบนฉลากเป็นข้อมูลระบุว่าสินค้าตัวไหนเข้าข่าย แสดงว่าข้อมูลสามอย่างนี้สำคัญจริง ถ้ามีคนลบหรือแปะทับ ให้ถอยออกมา

จุดที่ 9: ข้อความว่าไม่ใช่ยา และคำโฆษณา

ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีข้อความในกรอบว่าไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ดังนั้นโฆษณาที่ใช้ภาษาเหมือนยาจึงขัดกับฉลากของตัวเอง ข้อมูลที่ใช้ได้คือหน้าที่ทางโภชนาการของสารอาหาร และข้อมูลจากงานศึกษาวัตถุดิบที่ระบุชัดว่าไม่ใช่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ อ่านเหตุผลเพิ่มที่ อาหารเสริมผู้ชายแอบใส่ยา

จุดที่ 10: ตราตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ

NCCIH ระบุว่าสินค้าที่มีตราจากหน่วยทดสอบอิสระ เช่น โครงการ USP Dietary Supplement Verification หรือ ConsumerLab.com เป็นสัญญาณที่ดี เพราะบ่งบอกว่าสินค้ามีสิ่งที่ฉลากระบุและไม่ปนเปื้อน ถ้ามีตราใดบนกล่อง ให้ค้นดูว่าหน่วยงานนั้นมีอยู่จริงและตรวจสอบสินค้านี้จริงหรือไม่

อ่านฉลากแล้ว ใช้เช็กลิสต์นี้ตัดสินใจ

ลองทำตามนี้ตอนยืนหน้าชั้นวางหรือก่อนกดสั่งซื้อ

  1. ถ่ายรูปฉลากด้านหลังกล่อง
  2. ติ๊กตาราง 10 จุดข้างต้นทีละข้อ
  3. ค้นเลขสารบบอาหารที่ oryor.com
  4. ค้นชื่อสารสกัดสำคัญในส่วนประกอบ ว่ามีข้อมูลและข้อควรระวังอะไร
  5. ถ้าใช้ยาประจำหรือมีโรคประจำตัว ถ่ายรูปฉลากไปให้เภสัชกรดู
  6. ขาดจุดสำคัญข้อใดข้อหนึ่ง ให้เลื่อนการซื้อออกไปก่อน

ตัวอย่างการอ่านฉลาก

ลองนำขั้นตอนข้างต้นไปใช้กับสินค้าจริง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วี แอล เอ็กซ์ บาย ฮาชิ ระบุน้ำหนักสุทธิ 10 กรัม (1,000 มก. x 10 เม็ด) และเลขสารบบอาหารบนฉลาก เราเชิญชวนให้คุณเช็กเลขนั้นกับฐานข้อมูล อย. ด้วยตัวเอง และอ่านข้อมูลส่วนผสมแต่ละตัวพร้อมข้อจำกัดที่หน้า งานศึกษา เพราะข้อมูลที่เรานำเสนอเป็นข้อมูลจากงานศึกษาวัตถุดิบ ไม่ใช่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และผลของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

ฉลากภาษาอังกฤษล้วนใช้ได้ไหม

ผลิตภัณฑ์ที่ขายในไทยควรมีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาไทย รวมถึงเลขสารบบอาหาร ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศล้วน ให้ตรวจสอบว่ามีผู้นำเข้าและเลขที่ขึ้นทะเบียนหรือไม่

ส่วนประกอบเยอะแปลว่าดีกว่าไหม

ไม่เสมอไป ควรดูว่าแต่ละตัวมีปริมาณระบุชัดหรือไม่ และสารแต่ละตัวมีข้อมูลรองรับแค่ไหน สูตรที่ระบุแค่ชื่อโดยไม่มีปริมาณทำให้เปรียบเทียบไม่ได้

ตราตรวจสอบบนกล่องการันตีว่าปลอดภัยใช่ไหม

ตราจากหน่วยงานอิสระเป็นสัญญาณที่ดี แต่ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ

ฉลากไม่ตรงกับโพสต์โฆษณา ควรเชื่ออันไหน

ให้ยึดฉลากที่ขึ้นทะเบียนเป็นหลัก ข้อความโฆษณาที่ไม่ปรากฏบนฉลากควรถามผู้ขายให้ชี้แจง หรือพิจารณาไม่ซื้อ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยา ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

VLX by HASHI ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อยากเริ่มดูแลตัวเองแบบมีหลักการ?

VLX รวมวัตถุดิบ 4 ตัวที่มีงานศึกษาในผู้ชายโดยเฉพาะ — Sinergy SP®, EnoSTIM™, ซิงค์ Albion® และ Fenugreek

ดูเซ็ตและโปรโมชั่น ดูส่วนผสม

บทความนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องควรพบแพทย์

LINE